Sunday, May 10, 2026
ราคาเด้งขึ้นจากจุดที่ซื้อ
จากออเดอร์ล่าสุดที่เข้าวงกลมสีเขียว ราคาเด้งขึ้นมาก็เลยขายที่ วงกลมสีเเดงราคา 74,900
เเต่ราคาวิ่งมาเเล้ว เหมือนจะหยุดไม่ได้ไปต่อหรือลงต่อ ราคานิ่งอยุ่สักระยะได้เลย ทำให้ไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เเต่ว่าก็ตามเเผนถ้าลงไปที่จุดเดิมก็ซื้อกลับ เเต่ถ้าขึ้นไปอีกก็ขายออกเริ่อยๆ
Friday, May 8, 2026
ราคาลง แต่แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น
ซื้อที่ราคา 73,900
ราคาลงมาเเต่ก็ซื้อกลับตามเเผน เป็นการเข้าที่คิดว่าได้เปรียบมากๆ เพราะราคาดิ่งลงมาเยอะมากถือว่าได้ dicount เเต่โดยรวมยังเป็นเเนวโน้มขาขึ้นอยู่
Monday, May 4, 2026
Rebalance
การเเบ่งสัดส่วนในการเทรด หรือการรีบาลานซ์ถ้าเราจัดวางเเผนไว้ตั้งเเต่เเรกพอถึงเวลาเเล้วเราจะสามารถเทคแอคชั่นได้โดยรู้ว่าควรปรับสัดส่วนเท่าไหร่ ณ ที่ราคานั้นๆ
จะเห็นได้ว่าถ้าวางโครงสร้างไว้เเบบนี้
ราคาอยู่ที่ 10,000 เราก็ซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ 10 หน่วย จะทำให้พอร์ตมีมูลค่า 100,000
เเต่ถ้าราคาลงไปที่ 9,090 เราก็ซื้อสินทรัพย์เพิ่มอีก 1 หน่วย ทำให้สินทรัพย์รวมเป็น 11 หน่วย และพอร์ตจะมีมูลค่า 100,000 ที่ราคา 9,090 โดยประมาณ ตัวเลขไม่ตรงเพราะไม่ได้ใส่จุดทศนิยมเเต่จะให้เห็นภาพว่ามันเป็นประมาณนี้
ดังนั้นถ้าเกิดนอนๆ อยู่แล้วราคาวิ่งลงไปที่ 5,000 เราก็เเค่ดูว่าตอนนี้เราถือ Asset ไว้ที่เท่าไหร่ เเล้วก็เก็บเพิ่มให้ครบตามเเผนก็จะได้ว่า ตอนนี้เรามีอยู่ 11 หน่วย ขาดไปอีก 9 ต้องซื้อเพิ่มอีก 9 หน่วยที่ราคา 5,000 ทำให้มูลค่าพอร์ตรวมเราอยู่ที่ 100,000 เหมือนเดิม ดังนั้นถ้าเราวางกรอบไว้กว้างๆ ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปที่ไหน เราก็จะเล่นได้หมด กดรีบาลานซ์ไปเรื่อยๆ แล้วถ้าถามว่ามันจะได้กำไรจากอะไร ในเมือก็ซื้อๆ ขายๆ อยู่ที่เดิม
กำไรจะมาจากส่วนต่างราคาเเต่ละช่อง เราได้ซื้อตอนนี้เรามี 20 หน่วยที่ราคา 5,000 เเต่ต้นทุนที่ได้มาจากตอนเเรกไม่เท่ากันคือมีที่
10 หน่วย 10,000
1 หน่วย 9,090
9 หน่วย 5,000
สมมุติเหตุการณ์ว่า
ราคาค่อยๆ ขึ้นไปจนถึงที่เดิม ที่ราคา 10,000 โดยเราจะค่อยๆ ปรับพอร์ตตามตลอดทุกช่องจะได้ดังนี้ ราคา 5,263 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,263 - 5,000 = 263 จำนวนหน่วยที่มี 19 ราคาปัจจุบัน 5,263 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263
ราคา 5,555 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,555 - 5,000 = 555 จำนวนหน่วยที่มี 18 ราคาปัจจุบัน 5,555 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555
ราคา 5,882 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,882 - 5,000 = 882 จำนวนหน่วยที่มี 17 ราคาปัจจุบัน 5,882 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882
ราคา 6,250 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 6,250 - 5,000 = 1,250 จำนวนหน่วยที่มี 16 ราคาปัจจุบัน 6,250 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250
ราคา 6,666 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 6,666 - 5,000 = 1,666 จำนวนหน่วยที่มี 15 ราคาปัจจุบัน 6,666 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666
ราคา 7,142 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 7,142 - 5,000 = 2,142 จำนวนหน่วยที่มี 14 ราคาปัจจุบัน 7,142 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142
ราคา 7,692 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 7,692 - 5,000 = 2,692 จำนวนหน่วยที่มี 13 ราคาปัจจุบัน 7,692 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692
ราคา 8,333 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 8,333 - 5,000 = 3,333 จำนวนหน่วยที่มี 12 ราคาปัจจุบัน 8,333 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333
ราคา 9,090 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 9,090 - 5,000 = 4,090 จำนวนหน่วยที่มี 11 ราคาปัจจุบัน 9,90 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090
ราคา 10,000 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 10,000 - 9,000 = 910 (ต้นทุนที่ 5,000 หมดแล้ว เหลือต้นทุนที่ 9,090 ที่ซื้อไว้ตอนเเรกๆ 1 หน่วย) จำนวนหน่วยที่มี 10 ราคาปัจจุบัน 10,000 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090 + 910
สรุปรวม จากที่ราคาลงไป แล้วกลับมาจากการทำรีบาลานซ์จะได้ มูลค่าพอร์ตรวมเท่าเดิมตลอด เเต่สิ่งที่ได้มาจะเป็นกำไรส่วนต่างระหว่างราคา กำไรที่เกินมาคือ = 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090 + 910 กำไรที่เกินมาคือ = 17,783
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีต้นทุนที่ไหนบ้าง คำตอบคือทำบัญชี จดบันทึก
จะเห็นได้ว่าถ้าวางโครงสร้างไว้เเบบนี้
ราคาอยู่ที่ 10,000 เราก็ซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ 10 หน่วย จะทำให้พอร์ตมีมูลค่า 100,000
เเต่ถ้าราคาลงไปที่ 9,090 เราก็ซื้อสินทรัพย์เพิ่มอีก 1 หน่วย ทำให้สินทรัพย์รวมเป็น 11 หน่วย และพอร์ตจะมีมูลค่า 100,000 ที่ราคา 9,090 โดยประมาณ ตัวเลขไม่ตรงเพราะไม่ได้ใส่จุดทศนิยมเเต่จะให้เห็นภาพว่ามันเป็นประมาณนี้
ดังนั้นถ้าเกิดนอนๆ อยู่แล้วราคาวิ่งลงไปที่ 5,000 เราก็เเค่ดูว่าตอนนี้เราถือ Asset ไว้ที่เท่าไหร่ เเล้วก็เก็บเพิ่มให้ครบตามเเผนก็จะได้ว่า ตอนนี้เรามีอยู่ 11 หน่วย ขาดไปอีก 9 ต้องซื้อเพิ่มอีก 9 หน่วยที่ราคา 5,000 ทำให้มูลค่าพอร์ตรวมเราอยู่ที่ 100,000 เหมือนเดิม ดังนั้นถ้าเราวางกรอบไว้กว้างๆ ไม่ว่าราคาจะวิ่งไปที่ไหน เราก็จะเล่นได้หมด กดรีบาลานซ์ไปเรื่อยๆ แล้วถ้าถามว่ามันจะได้กำไรจากอะไร ในเมือก็ซื้อๆ ขายๆ อยู่ที่เดิม
กำไรจะมาจากส่วนต่างราคาเเต่ละช่อง เราได้ซื้อตอนนี้เรามี 20 หน่วยที่ราคา 5,000 เเต่ต้นทุนที่ได้มาจากตอนเเรกไม่เท่ากันคือมีที่
10 หน่วย 10,000
1 หน่วย 9,090
9 หน่วย 5,000
สมมุติเหตุการณ์ว่า
ราคาค่อยๆ ขึ้นไปจนถึงที่เดิม ที่ราคา 10,000 โดยเราจะค่อยๆ ปรับพอร์ตตามตลอดทุกช่องจะได้ดังนี้ ราคา 5,263 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,263 - 5,000 = 263 จำนวนหน่วยที่มี 19 ราคาปัจจุบัน 5,263 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263
ราคา 5,555 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,555 - 5,000 = 555 จำนวนหน่วยที่มี 18 ราคาปัจจุบัน 5,555 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555
ราคา 5,882 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 5,882 - 5,000 = 882 จำนวนหน่วยที่มี 17 ราคาปัจจุบัน 5,882 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882
ราคา 6,250 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 6,250 - 5,000 = 1,250 จำนวนหน่วยที่มี 16 ราคาปัจจุบัน 6,250 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250
ราคา 6,666 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 6,666 - 5,000 = 1,666 จำนวนหน่วยที่มี 15 ราคาปัจจุบัน 6,666 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666
ราคา 7,142 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 7,142 - 5,000 = 2,142 จำนวนหน่วยที่มี 14 ราคาปัจจุบัน 7,142 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142
ราคา 7,692 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 7,692 - 5,000 = 2,692 จำนวนหน่วยที่มี 13 ราคาปัจจุบัน 7,692 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692
ราคา 8,333 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 8,333 - 5,000 = 3,333 จำนวนหน่วยที่มี 12 ราคาปัจจุบัน 8,333 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333
ราคา 9,090 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 9,090 - 5,000 = 4,090 จำนวนหน่วยที่มี 11 ราคาปัจจุบัน 9,90 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090
ราคา 10,000 ขายออก 1 หน่วย ได้กำไรมา 10,000 - 9,000 = 910 (ต้นทุนที่ 5,000 หมดแล้ว เหลือต้นทุนที่ 9,090 ที่ซื้อไว้ตอนเเรกๆ 1 หน่วย) จำนวนหน่วยที่มี 10 ราคาปัจจุบัน 10,000 มูลค่าพอร์ตรวม ~100,000 ยังไม่ได้รวมกำไรส่วนเกิน 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090 + 910
สรุปรวม จากที่ราคาลงไป แล้วกลับมาจากการทำรีบาลานซ์จะได้ มูลค่าพอร์ตรวมเท่าเดิมตลอด เเต่สิ่งที่ได้มาจะเป็นกำไรส่วนต่างระหว่างราคา กำไรที่เกินมาคือ = 263 + 555 + 882 + 1,250 + 1,666 + 2,142 + 2,692 + 3,333 + 4,090 + 910 กำไรที่เกินมาคือ = 17,783
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีต้นทุนที่ไหนบ้าง คำตอบคือทำบัญชี จดบันทึก
Sideway
ตลาดวิ่งไปกลับเป็นกรอบค่อยๆ เก็บรอบได้ลงซื้อขึ้นขาย ได้ระยะกว่าเดิมช่วงก่อนเเทบไม่ค่อยวิ่ง ช่วงนี้วิ่งได้ระยะเป็น Sideway
ขาย 76,829
Subscribe to:
Posts (Atom)
Trade Entry Models 02
Trend มีโอกาส Continuation หรือ Reversal สิ่งที่ควรมองหาได้เเก่ Price Level เช่น Support Resistance, ORB, Gap Close และ Pivot Exhaustion G...
-
การเเบ่งสัดส่วนในการเทรด หรือการรีบาลานซ์ถ้าเราจัดวางเเผนไว้ตั้งเเต่เเรกพอถึงเวลาเเล้วเราจะสามารถเทคแอคชั่นได้โดยรู้ว่าควรปรับสัดส่วนเท่าไหร...
-
การเทรดเทคนิคคอลสิ่งสำคัญหรือ Risk : Reward จังหวะเเบบนี้จะให้ได้สูง ถ้าจะเล่นการวาง SL จะสั้นมาก เเล้วระยะ TP จะเยอะ รอจังหวะที่ราคาดิ่งลง...
-
ครบ 1 ปีสำหรับพอร์ทนี้ เป็นพอร์ทที่ เล่นเน้นปลอดภัยเป็นหลัก นำกำไรมาเทรดให้โตเป็น Exponential เป้าหมายถึงการทำให้ถึง 1 ล้านบาท โดยการใช้กำไ...




