Last Chance Texaco: The 200 EMA Entry
1. Last Chance Texaco คือโอกาสสุดท้ายในการเข้า Persistent Trend Day
ถ้าใน 1st Frame เราไม่สามารถจับสัญญาณ pattern หรือ Entry Opportunity ของ Persistent Trend Day ได้เลย
โดยทั่วไปยังมีโอกาสอีกครั้งในช่วง Midday Frame หรือแม้เเต่ Last Hour Time Frame
2. โอกาสนี้เกิดจาก COrrection ของ Persistent Trend
แม้ Persistent Trend จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงกลางวันหรือท้ายวันมักมี Correction / Pullback
Correction นี้อาจลลึกมากจนถ้าเล่นสวน Trend ได้ถูกจังหวะ จะทำกำไรได้มาก
แต่ปัญหาคือ จุดสุดท้่ายของ Correction เพื่อ Reversal มักระบุได้ยาก
3. อย่าใช้ Oscilator เพื่อพยายามจับจุดกลับตัวของ Persistent Trend Day
ใน Persistent Trend Day เครื่องมืออย่าง Oscillator, Divergence, Nonconfirmation มักทำงานได้ไม่ดี หรือบางครั้งแทบใช้ไม่ได้เป็น Reversal Signal ดังนั้นการพยายาม Fade Trend มักโดน Stop ซ้ำๆ
4. ตลาดจะทำให้ Trader ชินกับ Pullback ที่สั้นแล้วไปต่อ
ตลอดทั้งวัน Trader จะเห็นรูปแบบประมาณว่า Pullback -> หยุดแปปๆ -> กลับไปทำ New Trend Extreme
ทำให้เกิด Mental Conditioning ว่า Correction ทุกครั้งจะจบเร็วและ Trend จะไปต่อ
5. ดังนั้นเมื่อ COrrection ใหญ่เกิดขึ้นจริง มันจะดูเหมือน Reversal
Correction ครั้งใหญ่จะมีความเร็วและความลึกมากกว่าปกติ
Trader อาจคิดว่า ในที่สุด Trend ก็กลับตัวแล้ว
ทำให้พลาดโอกาสใช้ Correction นี้เป็น Entry ตาม Trend
เพราะจุดที่ควรเข้าไม่ใช่จุด Reversal แต่คือบริเวณ Correction มีโอกาสจบ
6. จุดสำคัญคือ 1-Minute Bar 200EMA
บน Persistent Trend Day ราคาใน Correction มักวิ่งกลับเข้าหา 200EMA ของ 1-Minute Bars
การกลับมานี้มักเกิดเป็น Sharp Price Spike
และมักพุ่งเข้าหา 200EMA อย่างรวดเร็ว
7. การทะลุ 200EMA ครั้งแรกไม่ได้หมายความว่า Trend จบ
ราคาอาจพรุ่งผ่าน 200EMA อย่างรุนแรง
ความเร็วของ Correction ถูกอธิบายว่าเหมือนตั้งใจทำให้ Trader เชื่อว่า Trend เปลี่ยนแล้ว
แต่ Initial Break ของ 200EMA มักทำหน้าที่คล้าย Trampoline
ราคากระเด้งกลับเข้าสู่ทิศทางของ Persistent Trend อย่างรวดเร็ว
8. นี้คือ Last Chance Texaco Entry
รอให้ Correction วิ่งเข้าหา/ผ่าน 200EMA
จากนั้นคาดหวังว่า Price จะ Bounce กลับไปในทิศทางของ Persistent Trend
Entry นี้จึงเป็นการใช้ Correction เพื่อเข้า Trend แทนการพยายามจับ Reversal
9. Target ของ 200EMA คือ New Price Extreme
เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ 200EMA หรือจุด Bounce
เป้าหมายหลักคือ ให้ราคาไปทำ New Extreme ของ Prevailing Trend
เช่น Trend ขาขึ้น -> Target คือ New High
Trend ขาลง -> Target คือ New Low
10. แต่ต้องมี Filter สำคัญมาก : Day Model ของวันก่อน
ก่อนเข้า 200EMA Entry ต้องดูว่า Persistent Trend Day นี้เป็น วันที่สองคิดค่อกันในทิศทางเดียวกันหรือไม่
เพราะผลลัพธ์ของ 200 EM ACorrection จะแตกต่างกันมาก
11. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 ติดต่อกันในทิศทางเดียวกัน -> ระวัง
เช่น Day 1 = Persistent Trend ขึ้น
Day 2 = Persistent Trend ขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 2 เกิด Correction ลงมาที่ 200EMA
มีโอกาสสูงกว่าเดิมที่ 200EMA จะ ไม่เด้งกลับเข้าสู่ Trend
แต่ COrrection อาจดำเนินต่อไป
อาจลึกผ่าน 200 EMA และกลับไปถึง ORB หรือไกลกว่านั้น
ดังนั้น 200EMA Entry มีความน่าเชื่อถือลดลงมาก
12. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 แต่เป็นคนละทิศทาง -> กลับเพิ่มโอกาสสำเร็จ
Day 1 = Persistent Trend ขึ้น
Day 2 = Persistent Trend ลง
หาก Day 2 เกิด COrrection แล้วลง/ขึ้นมาที่ 200EMA ตามโครงสร้าง
Setup ของ 200 EMA มีแนวโน้มที่จะทำงานได้ดีขึ้น
Day Models มีผลต่อ Probability ของ Setup
13. Summary : Persistent Trend Day มี 2 รูปแบบหลัก
มีลักษณะคล้าย Yin-Yang ระหว่าง 1st Frame กับ Midday Frame
แบบที่ 1: 1st Frame Trend ทันที
Volatility สูง
มักเริ่มหลัก ORB Breakout
แบบที่ 2:
1st Frame Coil
ราคากลับมาที่ ORB หลายครั้ง
แล้วค่อยออกจาก ORB อย่างรุนแรงเข้าสู่ Trend ในภายหลัง
14. 2 รูปแบบนี้สัมพันธ์กับพฤติกรรมของ 1st Frame และ Midday Frame
โดยทั่วไป 1st Frame = Trend + Volatility
Midday Frame = Consolidation
แต่ Persistent Trend Day บางรูปแบบกลับใช้ Midday Frame เป็นช่วงที่ Trend เริ่มเเสดงตัวหลังจาก 1st Frame Coil
15. Leadership ช่วยให้เราเข้า Trarde ใน Laggard ได้
ไม่จำเป็นที่ ตลาดทั้งหมดจะเเสดง 2 Pattern นี้พร้อมกัน
บางตลาด อาจะเเสดงสัญญาณชัดก่อน
โดยเฉพาะ Leader
จากนั้นเราสามารถนำ Signal จาก Leader ไปใช้หาจุดเข้าใน Laggard ได้
16. 200EMA คือ Last Chance ของวัน
หากพลาด Entry ทั้งหมด ราคาอาจพรุ่งกลับผ่าน 1-Minute 200EMA ในช่วงท้ายวัน
พร้อมกับกิน Stop-Loss Orders จำนวนมาก
17.ถ้าเป็น Persistent Trend Day แรกในรอบหลายวัน -> Bounce มีโอกาสสูง
ถ้าวันนี้เป็น Persistent Trend Day และก่อนหน้านี้ไม่ได้มี Persistent Trend Day แบบเดียวกันต่อเนื่อง
Correction ที่ 200EMA มักเด้งกลับเข้าสู่ Trend
จากนั้นราคามักไปสร้าง New Extreme ใกล้ Close
18. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 ติดต่อกันทางเดียวกัน Correction มีโอกาสลึก
200EMA อาจไม่สามารถหยุด Correction ได้
ราคาสามารถทะลุลงไป/ขึ้นไป ไกลกว่า 200EMA
อาจย้นอกลับไปหา ORB หรือแม้เเต่ทะลุ ORB
และอาจกลายเป็น Full Reversal
ถ้าใน 1st Frame เราไม่สามารถจับสัญญาณ pattern หรือ Entry Opportunity ของ Persistent Trend Day ได้เลย
โดยทั่วไปยังมีโอกาสอีกครั้งในช่วง Midday Frame หรือแม้เเต่ Last Hour Time Frame
2. โอกาสนี้เกิดจาก COrrection ของ Persistent Trend
แม้ Persistent Trend จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงกลางวันหรือท้ายวันมักมี Correction / Pullback
Correction นี้อาจลลึกมากจนถ้าเล่นสวน Trend ได้ถูกจังหวะ จะทำกำไรได้มาก
แต่ปัญหาคือ จุดสุดท้่ายของ Correction เพื่อ Reversal มักระบุได้ยาก
3. อย่าใช้ Oscilator เพื่อพยายามจับจุดกลับตัวของ Persistent Trend Day
ใน Persistent Trend Day เครื่องมืออย่าง Oscillator, Divergence, Nonconfirmation มักทำงานได้ไม่ดี หรือบางครั้งแทบใช้ไม่ได้เป็น Reversal Signal ดังนั้นการพยายาม Fade Trend มักโดน Stop ซ้ำๆ
4. ตลาดจะทำให้ Trader ชินกับ Pullback ที่สั้นแล้วไปต่อ
ตลอดทั้งวัน Trader จะเห็นรูปแบบประมาณว่า Pullback -> หยุดแปปๆ -> กลับไปทำ New Trend Extreme
ทำให้เกิด Mental Conditioning ว่า Correction ทุกครั้งจะจบเร็วและ Trend จะไปต่อ
5. ดังนั้นเมื่อ COrrection ใหญ่เกิดขึ้นจริง มันจะดูเหมือน Reversal
Correction ครั้งใหญ่จะมีความเร็วและความลึกมากกว่าปกติ
Trader อาจคิดว่า ในที่สุด Trend ก็กลับตัวแล้ว
ทำให้พลาดโอกาสใช้ Correction นี้เป็น Entry ตาม Trend
เพราะจุดที่ควรเข้าไม่ใช่จุด Reversal แต่คือบริเวณ Correction มีโอกาสจบ
6. จุดสำคัญคือ 1-Minute Bar 200EMA
บน Persistent Trend Day ราคาใน Correction มักวิ่งกลับเข้าหา 200EMA ของ 1-Minute Bars
การกลับมานี้มักเกิดเป็น Sharp Price Spike
และมักพุ่งเข้าหา 200EMA อย่างรวดเร็ว
7. การทะลุ 200EMA ครั้งแรกไม่ได้หมายความว่า Trend จบ
ราคาอาจพรุ่งผ่าน 200EMA อย่างรุนแรง
ความเร็วของ Correction ถูกอธิบายว่าเหมือนตั้งใจทำให้ Trader เชื่อว่า Trend เปลี่ยนแล้ว
แต่ Initial Break ของ 200EMA มักทำหน้าที่คล้าย Trampoline
ราคากระเด้งกลับเข้าสู่ทิศทางของ Persistent Trend อย่างรวดเร็ว
8. นี้คือ Last Chance Texaco Entry
รอให้ Correction วิ่งเข้าหา/ผ่าน 200EMA
จากนั้นคาดหวังว่า Price จะ Bounce กลับไปในทิศทางของ Persistent Trend
Entry นี้จึงเป็นการใช้ Correction เพื่อเข้า Trend แทนการพยายามจับ Reversal
9. Target ของ 200EMA คือ New Price Extreme
เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ 200EMA หรือจุด Bounce
เป้าหมายหลักคือ ให้ราคาไปทำ New Extreme ของ Prevailing Trend
เช่น Trend ขาขึ้น -> Target คือ New High
Trend ขาลง -> Target คือ New Low
10. แต่ต้องมี Filter สำคัญมาก : Day Model ของวันก่อน
ก่อนเข้า 200EMA Entry ต้องดูว่า Persistent Trend Day นี้เป็น วันที่สองคิดค่อกันในทิศทางเดียวกันหรือไม่
เพราะผลลัพธ์ของ 200 EM ACorrection จะแตกต่างกันมาก
11. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 ติดต่อกันในทิศทางเดียวกัน -> ระวัง
เช่น Day 1 = Persistent Trend ขึ้น
Day 2 = Persistent Trend ขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 2 เกิด Correction ลงมาที่ 200EMA
มีโอกาสสูงกว่าเดิมที่ 200EMA จะ ไม่เด้งกลับเข้าสู่ Trend
แต่ COrrection อาจดำเนินต่อไป
อาจลึกผ่าน 200 EMA และกลับไปถึง ORB หรือไกลกว่านั้น
ดังนั้น 200EMA Entry มีความน่าเชื่อถือลดลงมาก
12. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 แต่เป็นคนละทิศทาง -> กลับเพิ่มโอกาสสำเร็จ
Day 1 = Persistent Trend ขึ้น
Day 2 = Persistent Trend ลง
หาก Day 2 เกิด COrrection แล้วลง/ขึ้นมาที่ 200EMA ตามโครงสร้าง
Setup ของ 200 EMA มีแนวโน้มที่จะทำงานได้ดีขึ้น
Day Models มีผลต่อ Probability ของ Setup
13. Summary : Persistent Trend Day มี 2 รูปแบบหลัก
มีลักษณะคล้าย Yin-Yang ระหว่าง 1st Frame กับ Midday Frame
แบบที่ 1: 1st Frame Trend ทันที
Volatility สูง
มักเริ่มหลัก ORB Breakout
แบบที่ 2:
1st Frame Coil
ราคากลับมาที่ ORB หลายครั้ง
แล้วค่อยออกจาก ORB อย่างรุนแรงเข้าสู่ Trend ในภายหลัง
14. 2 รูปแบบนี้สัมพันธ์กับพฤติกรรมของ 1st Frame และ Midday Frame
โดยทั่วไป 1st Frame = Trend + Volatility
Midday Frame = Consolidation
แต่ Persistent Trend Day บางรูปแบบกลับใช้ Midday Frame เป็นช่วงที่ Trend เริ่มเเสดงตัวหลังจาก 1st Frame Coil
15. Leadership ช่วยให้เราเข้า Trarde ใน Laggard ได้
ไม่จำเป็นที่ ตลาดทั้งหมดจะเเสดง 2 Pattern นี้พร้อมกัน
บางตลาด อาจะเเสดงสัญญาณชัดก่อน
โดยเฉพาะ Leader
จากนั้นเราสามารถนำ Signal จาก Leader ไปใช้หาจุดเข้าใน Laggard ได้
16. 200EMA คือ Last Chance ของวัน
หากพลาด Entry ทั้งหมด ราคาอาจพรุ่งกลับผ่าน 1-Minute 200EMA ในช่วงท้ายวัน
พร้อมกับกิน Stop-Loss Orders จำนวนมาก
17.ถ้าเป็น Persistent Trend Day แรกในรอบหลายวัน -> Bounce มีโอกาสสูง
ถ้าวันนี้เป็น Persistent Trend Day และก่อนหน้านี้ไม่ได้มี Persistent Trend Day แบบเดียวกันต่อเนื่อง
Correction ที่ 200EMA มักเด้งกลับเข้าสู่ Trend
จากนั้นราคามักไปสร้าง New Extreme ใกล้ Close
18. ถ้าเป็น Persistent Trend Day วันที่ 2 ติดต่อกันทางเดียวกัน Correction มีโอกาสลึก
200EMA อาจไม่สามารถหยุด Correction ได้
ราคาสามารถทะลุลงไป/ขึ้นไป ไกลกว่า 200EMA
อาจย้นอกลับไปหา ORB หรือแม้เเต่ทะลุ ORB
และอาจกลายเป็น Full Reversal
Comments
Post a Comment