The Split-Open Day
1. ORB มักทำหน้าที่ผลักราคาออกไปหา Trend
ตอนเปิดตลาด ราคาโดยทั่วไปจะพยายามออกจาก ORB ไปทางใดทางหนึ่ง
ถ้า Trend แรกไม่สำเร็จ ราคาอาจพลิกกลับข้าม ORB แล้วทดลองไปอีกด้าน
2. แต่ Split-Open Day ต่างออกไป
ราคาไม่ได้เลือก Trend ด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
กลับมีพฤติกรรม ดึงกลับมา ORB จากทั้งสองฝั่งซ้ำๆ
ดังนั้น ORB จึงกลายเป็น ศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวทั้งวัน
3. ORB เปรียบเหมือน Safety Zone
เพราะทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลงต่างก็ไม่สารถเเสดงให้เห็นว่า Trend มีคุณภาพพอ
ตลาดจึงกลับมาอยู่บริเวณ ORB บ่อยๆ
พูดง่ายๆ คือ ตลาดยังหาทิศทางที่มี Conviction ไม่ได้
4. Split-Open Day ไม่ได้แปลว่าเทรดไม่ได้
แม้ Volatility จะต่ำลง
แต่สามารถใช้การ Fade Trend เมื่อราคาไปถึง Support / Resistance ได้
เป้าหมายทำกำไรมักเป็นการกลับมาที่ ORB
5. สิ่งสำคัญคือการจับสัญญาณ Narrow Range Day ให้เร็ว
ยิ่งรู้เร็วกว่าวันนี้อาจเป็น Split-Open Day ก็ยิ่งปรับวิธีเทรดได้เร็ว
CLues หลายอย่างสามารถสังเกตได้ตั้งแต่ 1st Frame
6. Clue สำคัญคือ Two-Sided Trading
ราคาเคลื่อนออกจาก ทั้งสองด้านของ ORB ตั้งเเต่ช่วงต้น Session
Floor Trader บางครั้งเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Two-Sided Trading
หมายความว่าไม่ได้มีเพียงฝั่ง Buy หรือ Sell ที่ควบคุมตลาดอย่างต่อเนื่อง
7. ออกจาก ORB ต้องชัดเจน
ถ้าแท่งราคา 1-Minute Bar ยังมีส่วนใดส่วนหนึ่งแตะ ORB อยู่
จะยังไม่ถือว่าราคาเคลื่อนออกจาก ORB อย่างแท้จริง
8. Split Opening ถูกนิยามด้วย Cross ORB ซ้ำๆ
ถ้า 1-Minute Price Bars Crisscross ORB ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1st Frame
พฤติกรรมนี้เรียกว่า Split Opening
เป็นหนึ่งสัญญาณสำคัญของ Split-Open Day Model
9. การลังเลตั้งแต่เปิดตลาดเป็นสัญญาณว่า Trend อาจไม่เกิด
ถ้าตลาดลังเลมากขนาดนี้ในการเลือก Trend ตั้งแต่ Opening มีโอกาสสูงที่ตลาดจะยัง Trendless ต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อยอาจเป็นเช่นนั้นตลอด 1st Frame และ Midday Frame
10. จุดที่ควรเทรดคือ Established Highs/Lows
วันที่เป็น Split-Open Day การเทรดที่ดีที่สุดมักเกิดบริเวณ Intraday High และ Intraday Low ที่ถูกสร้างขึ้นแล้ว
เช่น ราคาทำไป High แล้วเจอ Resistence -> Fade ลงหา ORB
หรือไปทำ Low แล้วเจอ Support -> Fade ขึ้นหา ORB
11. คล้าย Test-and-Reject Day ในบางส่วน
Test-and-Reject ก็มีพฤติกรรมที่ราคาไปทดสอบ Previous Day High/Low แล้วกลับเข้าสู่ ORB
แต่ Split-Open Day มีลักษณะเด่นกว่าในเรื่อง การสลับไปมาระหว่างสองฝั่งของ ORB ตั้งแต่ต้นวัน
จึงเป็ฯ Contraction / Range-Bound Behavior มากกว่า
12. Split-Open Day คือจุดสุดท้ายของ Contraction Cycle
ตลาดมี Cycle ระหว่าง
Expansion <-> Contraction
Trend <-> Consolidation
High Volatility <-> Relative Calm
Split-Open Day สามารถมองได้ว่าเป็นจุด Culmination ของ Contraction
กล่าวคือ ตลาดย่อตัวและไม่มีแรงพอที่จะสร้าง Trend ที่ชัดเจน
13. แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสทำกำไร
แม้ตลาด VOlatility ต่ำ และ Trendless แต่เรื่องจาก Stock Index Futures มี Leverage สูง การเคลื่อนไหวภายใน Range ที่ชัดเจนสามารถสร้าง Opportunity ได้
ตอนเปิดตลาด ราคาโดยทั่วไปจะพยายามออกจาก ORB ไปทางใดทางหนึ่ง
ถ้า Trend แรกไม่สำเร็จ ราคาอาจพลิกกลับข้าม ORB แล้วทดลองไปอีกด้าน
2. แต่ Split-Open Day ต่างออกไป
ราคาไม่ได้เลือก Trend ด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
กลับมีพฤติกรรม ดึงกลับมา ORB จากทั้งสองฝั่งซ้ำๆ
ดังนั้น ORB จึงกลายเป็น ศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวทั้งวัน
3. ORB เปรียบเหมือน Safety Zone
เพราะทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลงต่างก็ไม่สารถเเสดงให้เห็นว่า Trend มีคุณภาพพอ
ตลาดจึงกลับมาอยู่บริเวณ ORB บ่อยๆ
พูดง่ายๆ คือ ตลาดยังหาทิศทางที่มี Conviction ไม่ได้
4. Split-Open Day ไม่ได้แปลว่าเทรดไม่ได้
แม้ Volatility จะต่ำลง
แต่สามารถใช้การ Fade Trend เมื่อราคาไปถึง Support / Resistance ได้
เป้าหมายทำกำไรมักเป็นการกลับมาที่ ORB
5. สิ่งสำคัญคือการจับสัญญาณ Narrow Range Day ให้เร็ว
ยิ่งรู้เร็วกว่าวันนี้อาจเป็น Split-Open Day ก็ยิ่งปรับวิธีเทรดได้เร็ว
CLues หลายอย่างสามารถสังเกตได้ตั้งแต่ 1st Frame
6. Clue สำคัญคือ Two-Sided Trading
ราคาเคลื่อนออกจาก ทั้งสองด้านของ ORB ตั้งเเต่ช่วงต้น Session
Floor Trader บางครั้งเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Two-Sided Trading
หมายความว่าไม่ได้มีเพียงฝั่ง Buy หรือ Sell ที่ควบคุมตลาดอย่างต่อเนื่อง
7. ออกจาก ORB ต้องชัดเจน
ถ้าแท่งราคา 1-Minute Bar ยังมีส่วนใดส่วนหนึ่งแตะ ORB อยู่
จะยังไม่ถือว่าราคาเคลื่อนออกจาก ORB อย่างแท้จริง
8. Split Opening ถูกนิยามด้วย Cross ORB ซ้ำๆ
ถ้า 1-Minute Price Bars Crisscross ORB ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 1st Frame
พฤติกรรมนี้เรียกว่า Split Opening
เป็นหนึ่งสัญญาณสำคัญของ Split-Open Day Model
9. การลังเลตั้งแต่เปิดตลาดเป็นสัญญาณว่า Trend อาจไม่เกิด
ถ้าตลาดลังเลมากขนาดนี้ในการเลือก Trend ตั้งแต่ Opening มีโอกาสสูงที่ตลาดจะยัง Trendless ต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างน้อยอาจเป็นเช่นนั้นตลอด 1st Frame และ Midday Frame
10. จุดที่ควรเทรดคือ Established Highs/Lows
วันที่เป็น Split-Open Day การเทรดที่ดีที่สุดมักเกิดบริเวณ Intraday High และ Intraday Low ที่ถูกสร้างขึ้นแล้ว
เช่น ราคาทำไป High แล้วเจอ Resistence -> Fade ลงหา ORB
หรือไปทำ Low แล้วเจอ Support -> Fade ขึ้นหา ORB
11. คล้าย Test-and-Reject Day ในบางส่วน
Test-and-Reject ก็มีพฤติกรรมที่ราคาไปทดสอบ Previous Day High/Low แล้วกลับเข้าสู่ ORB
แต่ Split-Open Day มีลักษณะเด่นกว่าในเรื่อง การสลับไปมาระหว่างสองฝั่งของ ORB ตั้งแต่ต้นวัน
จึงเป็ฯ Contraction / Range-Bound Behavior มากกว่า
12. Split-Open Day คือจุดสุดท้ายของ Contraction Cycle
ตลาดมี Cycle ระหว่าง
Expansion <-> Contraction
Trend <-> Consolidation
High Volatility <-> Relative Calm
Split-Open Day สามารถมองได้ว่าเป็นจุด Culmination ของ Contraction
กล่าวคือ ตลาดย่อตัวและไม่มีแรงพอที่จะสร้าง Trend ที่ชัดเจน
13. แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสทำกำไร
แม้ตลาด VOlatility ต่ำ และ Trendless แต่เรื่องจาก Stock Index Futures มี Leverage สูง การเคลื่อนไหวภายใน Range ที่ชัดเจนสามารถสร้าง Opportunity ได้
Comments
Post a Comment