A three frame day 03

ช่วงที่ 2 เริ่มเวลา 11:15 (New York)
ซึ่งเป็นช่วงที่แรงซื้อขายในตอนเช้าเริ่มลดลง
Floor Traders หลายคนที่เพิ่งเทราดอย่างหนักในช่วงเช้าก็เริ่ม พัก ออกไปกินข้าว เลิกเทรด ทำให้ผู้เล่นในตลาดลดลง
ผลที่เกิดขึ้นกับตลาด
ถ้าช่วงที่ 1 เคลื่อนไหวแรง เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ 2 ตลาดมักจะเริ่มแกว่งไปมา ไม่มีทิศทาง เคลื่อนที่ช้าลง หรือที่เรียกว่า Choppy Market
ดังนั้น คนที่เพิ่งจะมาเปิดออเดอร์ตอนนี้มักจะพบว่า สัญญาณเข้าเทรดเริ่มไม่ชัด คุณภาพลดลง มีโอกาสโดนหลอกมาขึ้น
ช่วงที่ 1 เหมือนทิ้งรอยน้ำบนกระดาษ รอยเท้าบนทราย รอยดินสอที่เขียนไว้บนกระดาษ หรือหมายถึงแม้เหตุการณ์ช่วงที่ 1 จะจบไปแล้ว แต่มันยังทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟ ซึ่งบอกเราได้ว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ ตลาดมีแรงไปทางไหน มีระดับราคาสำคัญตรงไหน
สิ่งที่ Trader ควรทำเมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านคือ ต้องเข้าใจว่าศึกใหญ่รอบแรกของวัน น่าจะจบลงแล้ว
ถึงแม้เทรนด์เดิมอาจยังไม่จบ อย่าเพิ่งเปิดออเดอร์ใหม่ จนกว่าจะประเมินสถานการณ์ใหม่ เพราะช่วงนี้อาจกำลังจะเกิด
เทรนด์ใหม่ การกลับตัวครั้งใหญ่ หรืออย่างน้อยตลาดกำลังเปลี่ยนบุคลิก
ดังนั้น ควรหยุดแล้วถามตัวเองใหม่ว่า ตอนนี้ตลาดเปลี่ยนไปจากเมื่อเช้าหรือยัง?
เมื่อเวลาผ่านไป เทรนด์ที่เกิดในช่วงที่ 1 มักจะเริ่มเดินทางมาครบช่วงหนึ่งแล้ว ผลคือ ความเร็วลดลง, Momentum อ่อนลง, รูปแบบราคาเริ่มซับซ้อนขึ้น
นี่คือสัญญาณว่า ช่วงที่ 2 ได้เริ่มต้นจริงๆ แล้ว
Breakout เริ่มไม่ดีเหมือนเดิม เพราะแรงจากช่วงเปิดตลาดเริ่มหมดตลาดจึงเปลี่ยนจาก Trend Market
ไปเป็น Range / Consolidation Market บ่อยขึ้น
ตัวอย่าง ช่วงที่ 1 ตลาดอาจพักตัวเพียง 3 แท่งเทียน แล้ววิ่งต่อแต่ช่วงที่ 2 การพักตัวเเบบเดียวกันอาจกลายเป็น 10 แท่งเทียน และมีโครงสร้างแบบ Elliott Wave : abc Correction แทน นั่นหมายถึงตลาดใช้เวลามากขึ้นและมี Noise มากขึ้น
จุดกลับตัวก็เปลี่ยนไป ในช่วงที่ 1 ราคาอาจกลับตัวเพียงแท่งเดียวก็วิ่งต่อได้แต่ในช่วงที่ 2 ตลาดมักสร้างรูปแบบกลับตัวที่สมบูรณ์มากขึ้นเช่น Doube Top, Double Bottom, Head and Shoulders, Triangle, Flag หรือ Classical Chart Pattern อื่นๆ
กล่าวคือ ตลาดต้องการ "หลักฐาน" มากขึ้นก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง
ช่วงที่ 2 คือช่วงที่ตลาด Consolidate พักตัว สะสมแรง สร้างกรอบราคา ดังนั้นถ้ายังใช้กลยุทธ์เดียวกับช่วงที่ 1 ก็มักจะล้มเหลว
ความผิดพลาดของมือใหม่
ขั้นที่ 1 เห็นตลาดช่วงเปิดวิ่งแรงมาก แต่เร็วเกินไปจนไม่กล้าตาม
ขั้นที่ 2 รอจนตลาดนิ่ง คิดว่า "ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว" แล้วค่อยเข้า
ขั้นที่ 3 หวังว่าจะตามเก็ฐกำไรจากเทรนด์ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า
ผลลัพธ์ มักจบไม่สวยเพราะตอนที่เข้าตลาดเปลี่ยนบุคลิกไปแล้ว
ทำไมถึงผิด?
เพราะ กำลังใช้วิธีคิดของ ช่วงที่ 1 กับ ตลาดช่วงที่ 2 ซึ่งมันไม่เหมือนกันเลย
หรือก็คือตลาดช่วงที่ 2 คือเกมใหม่โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ครึ่งหลังของเกมเดิม
สิ่งที่พลาดในช่วงที่ 1 เอาคืนตอนช่วงที่ 2 ไม่ได้
"You can't capture what was missed in the 1st Frame with trades taken in the Midday Frame."
ถ้าคุณพลาดโอกาสช่วงที่ 1 อย่าพยายามไปไล่ตามมันในช่วงที่ 2 เพราะโอกาสนั้นจบไปแล้ว
ดังนั้นแต่ละช่วง ต้องใช้โมเดลของตัวเอง ทุกช่วงของวันมี จังหวะ ความเร็ว รุปแบบราคาไม่เหมือนกัน
ถ้าช่วงที่ 2 ยังแรงเหมือนช่วงที่ 1
โดยปกติช่วงที่ 2 ควรจะช้าลง แกว่งมากขึ้น แต่ถ้าวันไหนมันไม่ช้าลง นั่นเป็นสัญญาณสำคัญวันนั้นอาจเป็น Trend Day, Strong Trend Day, หรือวันพิเศษที่แรงผิดปกติ

Comments

Popular posts from this blog

Risk reward

Rebalance

Portfolio Management