Pivot / Exhaustion Grid

อย่าหมกหมุ่นกับการทำนายว่า High หรือ Low ของวันจะอยู่ตรงไหน เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ Day Trader จำเป็นต้องรู้
1. Support/Resistance ไม่ใช่เลขศักดิ์สิทธิ์
อย่าหลงคิดว่าการรู้ High/Low ล่วงหน้าคือกุญแจของการเทรด
เพราะ Day Trader ไม่จำเป็นต้องจับตั้งแต่ Low -> High ทั้งวันอยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องการคือ จับบางส่วนของ Swing ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
2. Being Right ไม่ใช่เป้าหมาย
Successful trading has nothing to do with being right
หมายถึง การพยายามทายให้ถูกว่า high/Low อยู่ตรงไหน ไม่ใช่เป้าหมายของระบบเทรด
Trader A ทายว่า ES จะขึ้นจาก 5,200 ไป 5,300 แต่เข้า 5,200 โดน Stop 5,190 แม้สุดท้ายตลาดจะขึ้นไป 5,300 ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
แต่ Trader B ไม่รู้เลยว่า High วันนี้อยู่ไหน แต่เห็น Setup : Support + Momentum ลดลง + Pattern เสร็จ + Time of Day เหมาะสม
เข้า Long ที่ 5,215 ออก 5,250 ก็ทำเงินได้
ดังนั้น การเทรดไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่ทำนายอนาคตได้แม่นที่สุด แต่ให้รางวัลกับการ Execute เมื่อมี Setup ที่มี Edge
3. แต่ Support/Resistance ยังสำคัญมาก
Price Level เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาหลายอย่างมาประกอบกัน
Confluence
Support/Resistance
Momentum กำลังหมดแรง
Pattern เสร็จสมบูรณ์
Time of Day
Trade
นี่เป็นแนวคิดที่ดีกว่า ราคาแตะเส้นนี้ = Buy
4. ตัวอย่างที่น่าสนใจมาก: Break Support แล้วกลับตัว
Suport/Resistance ไม่ได้สร้างผลลัพธ์สม่ำเสมอ เราควรสนใจตรงนี้เช่น ระดับที่ตลาดไม่ควรจะทะลุ แต่กลับทะลุ ตัวอย่าง
สมมติทุกคนมองว่า 5,000 = Support สำคัญ แต่กลับทะลุ
สิ่งที่คนอื่นมากคือ Support แตก = Short
แต่อาจจะ Support แตก > Stop ถูกกิน > Selling Exhaustion > ถ้ามี Pattern/Momentum/Time ที่เหมาะสม อาจเป็น Long Opportunity
5. Exhaustion เป็นคนละอย่างกับ Support/Resistance
Price Level แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ
หนึ่งคือ ระดับราคาที่คาดว่าจะทำหน้าที่รับ/ต้าน
สอง ราคาทะลุระดับนั้นไปแล้ว แต่การทะลุนั้นอาจเป็นการใช้แรงจนหมดดังนั้น Exhaustion ต้องจัดการต่างจาก S/R ปกติ นี่เป็นเหตุผลที่ต้องการใช้สีแยกกันใน Chart Grid เพื่อให้มองออกว่า เส้นนี้มาจากอะไร เมื่อราคากลับมาที่ระดับนั้นในอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันต่อมา

Comments

Popular posts from this blog

Risk reward

Rebalance

Portfolio Management