Previous Highs and Lows

1. แนวคิดทั่วไป Trader ทั่วไปมักคิดว่า Higher High = Uptrend, Lower Low = Downtrend
ดังนั้นถ้าเมื่อวาน Low = 100 แล้ววันนี้ราคา Break ลงไป 99.8 ก็มักคิดว่า Low ใหม่ ตลาดลง Short เลยดีกว่า
แต่สำหรับ intraday มันอาจตรงกันข้าม
การ Break Yesterrday's Low (Y-Low) ครั้งแรก โดยเฉพาะถ้า ไม่มี Follow-through อาจเป็นสัญญาณว่าแรงลงกำลังหมด และตลาดกำลังจะเด้งขึ้น
2. ทำไม Y-Low ถ้งเป็นจุดที่น่าสนใจ? เพราะทุกคนรู้ว่าเป็นจุดสำคัญ อาจจะมี
Stop loss ของ Long
Short breakout orders
คนรอซื้อ
คนปิด Position
ดังนั้นเมื่อ Y-Low ถูก Break อาจเกิด Stop cascade ราคาอาจลงเร็ว แต่ถ้าลงแล้ว ไม่มี Follow-through แรงขายอาจหมด แล้วเกิด
Break Y-Low -> Exhaustion -> Reversal
3. ดังนั้น Y-Low เป็น Exhaustion Level ที่ต่อเนื่องกับก่อนหน้า
Pivot Ledge -> อาจเป็น S/R
Previous High/Low -> อาจเป็น Exhaustion Level
ดังนั้นอย่าเข้าใจว่า Y-Low = Support เสมอ
การเอา Y-Low ออก อาจเป็นสิ่งที่ตลาดต้องทำก่อนที่จะสามารถกลับขึ้นไปได้
4. ข้อสำคัญมากคือ ระยะทาง
ตลาดจะ Break Y-Low แล้วอยู่ต่ำต่อได้ง่าย ถ้า Y-Low อยู่ใกล้ราคาปัจจุบัน
แต่ถ้าตลาดต้องเดินทางไกลมากเพื่อไปถึง Y-Low การเดินทางนั้นอาจทำให้ Momentum หมด
ดังนั้นการ Break Y-Low อาจเป็น Exhaustion + Reversal
5. Stop ไม่ได้ถูก เจ้ามือเห็น
เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่า Long -> Stop มักอยู่ใต้ Low
Short -> Stop มักอยู๋เหนือ High
6. มี Twist ที่สำคัญมาก มีสอง Phase
1 ฺBreak แล้วไม่มี Follow-through มองเป็น Exhaustion / Countertrend
2 Break แล้วตลาดยืนยัน Trend ถ้า Break แล้วอยู่ใต้ระดับนั้นได้จริง Breakout / Trend continuation
หลังจากเกิด Countertrend Reaction แล้วถ้า่ราคา Break High/Low อีกครั้งอย่างมีโครงสร้าง ระดับนั้นก็สามารถกลายเป็น Breakout Entry ที่ดีได้
ดังนั้น Break ไม่ได้เท่ากับ Signal เดียว แต่ต้องดูว่าหลัง Break แล้วเกิดอะไรขึ้น
7. อย่าถามแค่ ราคาทะลุระดับนี้หรือยัง? แต่ให้ถาม
1 ระดับอะไร? Y-Low? Y-High? ORB? Pivot Ledge?
2 ราคาเดินทางมาไกลแค่ไหน?
3 Momentum เหลือเท่าไหร่?
4 Break แล้วมี Follow-through หรือไม่?
5 เกิด Pattern/Reversal หรือไม่?
6 Time Frame ไหน?
แล้วจึงตัดสินใจ
"Don't trade the break. Trade the reaction to the break."
เพราะการ Break Y-Low สามารถหมายถึงสองอย่าง:
Break + Exhaustion -> Fade หรือ Break + Follow-through -> Breakout
และตัวแยกสำคัญคือ พฤติกรรมของราคาหลังจาก Break ไม่ใช่การ Break เพียงอย่างเดียว

Comments

Popular posts from this blog

Risk reward

Rebalance

Portfolio Management