Diary from WordPress Stagflation คือภาวะทางเศรษฐกิจที่มาจากการรวมกันของ Stagnation เเละ Inflation - Stagnation คือการที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากอัตราการว่างงานที่สูง - Inflation คือภาวะเงินเฟ้อ เป็นมูลค่าของเงินลดลงทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามปกติเเล้วความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราเงินเฟ้อ (Inflation Rate) กับอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) จะสัมพันธ์กันในลักษณะที่ตรงข้ามกัน เงินเฟ้อสูง > อัตราว่างงานจะต่ำเงินเฟ้อต่ำ > อัตราว่างงานจะสูง เศรษฐกิจเเย่ รายได้ลดลง อัตราการว่างงานสูง เเต่ของเเพงขึ้น ค่าครองชีพสูง เเละเงินเฟ้อสูงขึ้น Stagnation + Inflation เป็นสิ่งที่ขัดเเย้งกัน ไม่น่าจะเกิดขึ้น เเต่ก็เกิดขึ้นได้ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ จะมีดัชนีที่ใช้วัดความเติบโต, ความตกต่ำของเศรษฐกิจ เช่น GDP, Unemployment Rate, Inflation กรณีที่ 1 ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ อัตราการว่างงานมักจะสูงมาก เพราะคนไม่มีงานทำ คนไม่สามารถที่จะหารายได้ด้วยตัวเอง รายได้ก็จะลดลง Inflation Rate ก็จะต่ำมาก หรือบางทีจะถึงขั้นติดลบ เเละกลายเป็น เงินฝึด เพราะว่าคนไม่มีเงินใช้จ่าย สินค้า บริการ เเละราคาสินค้าก็จะไม่...
Posts
- Get link
- X
- Other Apps
Dairy from WordPress September 17 2020 2 เดือนไม่กินน้ำตาล 2 เดือนกินได้โดยการโดนจำกัดทรัพยากร ผมเป็นคนที่ในชีวิตนี้ ไม่เคยวิ่งได้เกิน 10 นาทีเลย มันเหนื่อยทรมาน เเละก็ปวดขา หายใจไม่ทันไม่ไหวเเล้ว ใช้ชีวิตโดยการทานวันละมื้อเนื่องจากจำเป็นจะต้อง ประหยัดทรัพยากร อาหารช่วงเเรกๆ จะเป็นข้าวต้ม กินกับโปรตีนเกษตร เเละตอนเย็นก็จะมีน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล การเริ่มต้นวันคือ ตื่นมาอ่านหนังสือ เเล้วก็เทรด เที่ยงกินข้าว บ่ายเทรดง่วงก็งีบหลับ เย็นออกไปวิ่งก็น้ำเต้าหู้ เเล้วก็เทรด วนอยู่เเบบนั้น การวิ่ง วิ่งวันเเรกวิ่งได้ 8 นาที เเละหลังจากนั้นวันต่อมาคือ ไม่ได้วิ่งเลย เพราะปวดขามาก ความคิดในการวิ่งก็หายไป เเต่พอมีพลังก็พยายาพมออกไปวิ่ง เเต่มันก็วนเเบบนั้น วิ่งได้สุดเเค่ 10นาทีก็เหนื่อยเเล้ว หลังจากคิดจริงจังว่า ปกติผมก็ว่ายน้ำได้เเบบไม่หยุด 30 นาที ได้ เต่ในการวิ่งทำไมวิ่งได้ไม่ถึง 10 นาทีก็เหนื่อยเเล้ว มันทำให้เกิดคำถามในหัวอยู่ตลอด คำตอบเเรกที่สมองบอกกับตัวผมคือ น้ำหนักเยอะ การวิ่งจะต้องใช้น้ำหนักลงไปด้านล่างของตัว ต่างกับการว่ายน้ำ ซึ่งมันก็เ...
- Get link
- X
- Other Apps
Diary from WordPress การมอง Global Macro เพื่อเลือกสินค้าที่จะเทรดด้วยระบบ Close System Close System คืออะไร ผมจะเรียกว่า CS CS หลักการคือการเทรดที่วางจำนวนเงินให้เต็มในตลาด รายละเอียดผมคิดว่าใน Google น่าจะมีคนเขียนเยอะมากๆ เเละละเอียดด้วยเเนะนำลองศึกษาดูครับ มาต่อการเลือกสินค้าเพื่อที่จะลงทุนด้วย CS การมอง macro จะเเยกกับการมองหาสินค้าเพื่อ trading เอา volatility เพราะว่าการที่ macro ถูกก็ไม่ได้หมายความว่า volatility จะเยอะนั้นก็เป็นเหตุให้หลายคนเลือกสินค้าที่มีค่า volatility เยอะในการทำ cs ซึ่งก็จะทำให้เราทำรอบได้เยอะ ส่วนข้อดีของการใช้ macro มาทำ CS คือ เราจะรู้สึกอุ่นใจเพราะการบ้านที่เราทำโดยการหาข้อมูลต่างๆ จะมาคอยซัพพอร์ทความเชื่อมั่นในสินค้าตัวนั้น ทำให้เราได้เข้าใจสินค้าตัวนั้นเเละอยู่กับมันอีกด้วย สมมุติเทรดค่าเงิน ก็จะมองว่าประเทศคือบริษัท สิ่งที่จะต้องดูหลักๆ ก็คือ -ยอดขาย -รายรับมาจากไหน -รายจ่าย ซึ่งยอดขายก็ดูจากสินค้าหรือ Product ของประเทศนั้น เช่น US Product จะเป็นสินค้าเทคโนโลยี รายรับมาจากไหน รายรับก็จะมาจากการขายสินค้าส่ว...
- Get link
- X
- Other Apps
Diary from WordPress The power of out put สมมุติว่า มีคนสองคน คนเเรก อ่านหนังสือเดือนละ 3 เล่ม กับอีกคนอ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม เเต่เขียนออกมา 1 เล่ม ตามหนังสือ The power of out put กล่าวคือ คนที่อ่านหนังสือ คือการทำ input เข้าสมองตัวเอง เราเข้าใจเองหลังจากนั้นถ้าเราไม่ทำอะไรเลยเราก็ได้เเค่อยู่กับความคิด เเต่ถ้าเราทำ อะไรที่เป็น output ออกไปเช่นการเขียนบทความ การบอกต่อ มันคือสิ่งที่เราทำให้โลกเปลี่ยนไป เเละยังทำให้เราเข้าใจหนังสือที่อ่านมากยิ่งขึ้นด้วย หนังสือ The power of out put ได้เเนะนำว่าการทำ output เป็นสิ่งที่ควรทำ
- Get link
- X
- Other Apps
Diary from WordPress ผม เเละอาจจะหลายๆ ท่านก็เช่นกัน ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นคนที่เขียนเก่งเเละการอธิบายของผมก็ไม่ได้ดี เเต่จากการอ่านหนังสือ The power of out put ก็ได้อธิบายว่า หลักการเขียนรีวิวไม่ว่าจะหนังสือ หรือหนังภาพยนต์ก็สามารถช่วยให้เราฝึกการเขียนได้ ทั้งหนังสือยังได้บอก วิธีการหลักการเขียนรีวิวคือ ตัวเราตอนเเรกก่อนที่จะอ่าน หนังสือให้อะไร เเละสุดท้ายสิ่งที่เราได้จากหนังสือ เเละพอได้อ่านสิ่งที่ผมตัดสินใจพยายามทำคือการ ฝึกเขียนออกมาพยายามทำทุกวันตามที่หนังสือเเนะนำ September 15 2020
- Get link
- X
- Other Apps
Diary from WordPres 03 การอธิบาย วิธีที่จะทำให้คุณอธิบายได้เก่งขี้น พูดเสียงดังฟังชัด ส่วนมากเเล้วคนที่อธิบายไม่เก่งจะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ซึ่งต่อให้อธิบายได้ถูกต้องหมด เเต่ผู้ฟังเองจะเกิดความสงสัยจากน้ำเสียงของเราที่พูดออกมาเเบบพึมพำเสียงเบา ดังนั้นหลักการคือต้องใส่ใจถึงการพูดด้วย เริ่มพูดจากประเด็นสำคัญ คือให้พูดข้อสรุปก่อน เเล้วตามด้วยเหตุผลจะทำให้เรื่องราวที่พูดน่าสนใจเเล้วฟังมีเหตุผล พูดให้สั้นเเละกระชับ ส่วนมากจะคิดว่าพูดเยอะจะทำให้คนเข้าใจ เเต่กลับกันเลยยิ่งพูดเยอะๆ ยิ่งจะทำให้คนฟังเกิดจับประเด็นไม่ได้เเละสับสนมากกว่าการพูดสั้นๆ ให้ได้ใจความ ยกตัวอย่างประกอบ การยกตัวอย่างประกอบจะทำให้ผู้ฟังเห็นภาพมากยิ่งขึ้น ใช้ข้อมูลอ้างอิง อ้างข้อมูลจากเเหล่งน่าเชื่อถือให้มากขึ้น เช่น จากการวิจัยมหาวิทยาลัย …. พบว่า เเต่การหาข้อมูลจะต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูลด้วย ใช้ตัวเลขอ้างอิง เเทนที่จะพูดว่า ส่วนมากเเล้ว ให้พูดว่า 79% เเทน จะได้ผลเเละคนฟังจะจำได้ดีมากกว่าเเละดูมีความน่าเชื่อถือ
- Get link
- X
- Other Apps
This diary from WordPress I need to move it to here too. 02 การเเนะนำตัว เวลาเราเข้าร่วมงานอะไรเป็นครั้งเเรก คนมักพูดกับเราว่า “ช่วยเเนะนำตัวด้วยครับ” หลายๆ คนมีปัญหาเเน่ ตื่นเต้นตกใจไม่รู้จะเเนะนำตัวอย่างไร การเเนะนำตัวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ทำไมเราไม่ลองเวลาสักนิดหน่อยเเล้วท่องจำมันเกิดเวลาที่จะต้องเเนะนำตัวเเบบกระทันหันเราสามารถพูดมันออกมาได้เลย การเเนะนำตัวจะมีเเบบนั้น กับเเบบยาว เเบบสั้นจะอยู่ที่ 30 วินาที เเละเเบบยาวจะอยู่ที่ 60 วินาที เเบบสั้น 30 วินาที จะต้องเขียนประมาณ 200 ตัวอักษร เเน่นอน 60 วินาทีก็ได้ประมาณ 400 ตัวอักษร เรามาเริ่มดูประเด็นกันดีกว่า ว่าเราควรจะเอาประเด็นไหนมาเเนะนำตัวบ้าง 1 พูดให้ทุกคนเข้าใจ คือการไม่ใช้ศัพท์เฉพาะทาง เช่น ผมเป็น Developer Back-End เเน่นอนถ้าพูดไปเเบบนี้หลายๆ คนอาจจะงงกัน ดังนั้นควรเลี่ยงการใช้ศัพท์เฉพาะทาง 2 พูดประเด็นที่เเตกต่างจากคนอื่น หากเเนะนำไป เเต่คนจำไม่ได้นั้นก็ไร้ความหมาย 3 พูดถึงตัวเลข การใช้ตัวเลขมาจะช่วยให้พูดฟังสามารถจดจำได้มากกว่า เเละรู้สึกจับต้องได้ เช่นการบอกว่า “ผมชอบอ่าน...